วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Genki Sushi, The Mall Bangkapi ชั้น 3 ร้านซูชิสายพาน ที่แฝงความสนุกและ innovation

วันนี้มีมินิรีวิว ร้านซูชิสายพานเก๋ๆ ที่แฝงนวัตกรรมกันครับ ในบ้านเราร้านซูชิที่มักพบเห็นกันบ่อยๆ ก็จะแบ่งเป็น 2 แบบใหญ่ๆ คือ Fine Dining เลย กับ แบบสายพาน ซึ่งร้านแบบสายพานนั้นจะมีซูชิให้เลือกหลากหลาย ราคาย่อมเยาว์ และเวลากินร้านซูชิสายพานนั้น สเน่ห์อย่างหนึ่งก๋็คือคอยลุ้นว่าจานที่มาตามสายพานต่อๆไปมีอะไรให้ทาน หรือบางคนก็จะเลือกจานที่ตนชอบจนหมดเพื่อแกล้งคนที่อยู่ถัดไปจากสายพาน ซึ่งก็เป็นความสนุกสนานอย่างหนึ่ง

 ได้มีโอกาสไปที่ The Mall บางกะปิ และก็มาเจอร้านซูชิสายพานร้านหนึ่งที่น่าสนใจ และก็สนุกไประหว่างทาน เลยอยากแชร์ข้อมูลกันครับ ร้านซูชินี้คือร้าน Genki Sushi

สมัยก่อนถ้าเคยเดินอัมรินทร์ พลาซ่า สมัยที่ยังมี Sogo อยู๋ (ก็นานซักพักแล้ว) จะพบว่ามีร้าน Genki Sushi เช่นกัน แต่เนื่องจากสมัยนั้น ซูชิอาจจะยังไม่แพร่หลาย หรือถูกปากคนไทยอย่างในปัจจุบัน ก็เลยปิดตัวไป พอได้มาเห็นที่นี่และพบว่าเป็น Genki Sushi ก็เลยอยากมาลอง เพราะเหมือนได้เจอเพื่อเก่าครับ  


เข้ามาด้านในจะมีโต๊ะเป็นสัดส่วนของตัวเองครับ โดยมีรางทุกโต๊ะ แต่เราจะไม่เห็นซูชิไหลตามกันมาบนสายพาน ตอนแรกก็แอบงงเล็กน้อยว่ารางเสียหรือเปล่า เมื่อนั่งดูรายการอาหารที่จะสั่งแล้ว พนักงานก็จะแนะนำให้เราสั้งรายการอาหารจากไอแพด โดยกดเลือกและกดส่งรายการอาหารได้ เหมือนเราซื้อของออนไลน์เลย


เห็นรถไฟ กับรถแข่งยาวๆในภาพ วิ่งกลับมาจากโต๊ะถัดไปเข้าไปในครัว



หลังจากนั้นไม่นานรถไฟกับรถแข่งก็ขนรายการอาหารที่พวกเราสั่ง มาเทียบตรงโต๊ะให้ได้หยิบครับ เป็นร้านซูชิกึ่งสายพานและตามสั่ง


รายการซูชินั้น มีหลายอันที่ไม่ค่อยพบที่ร้านอื่นๆ และรสชาติโอเคเลยครับ


เช่น ตับห่านที่ราคาถูกกว่าร้านอื่น



ไข่หวานราดซอสเมนไทโกะ อันนี้อร่อยเลยครับ


อานาโกะ ปลาไหลทะเลชิ้นยาวก็มี






ชาก็สามารถเติมน้ำร้อนได้ตลอด และมีผงมัฉฉะให้เติมเองด้วย


ท้ายที่สุดชำระเงินก็กดเก็บเงินได้จากไอแพดเช่นกัน


ในรีวิวนี้อาจจะไม่ได้รีวิวอาหารมากนัก เน้นสิ่งที่น่าสนใจของร้านมาแชร์กันครับ เป็นร้านอาหารที่มีอะไรสนุกๆให้เล่นเยอะ ไม่จำเจ รสชาติโอเค และราคาไม่แพงครับ ถ้าสนใจลองไปทานได้ที่ The Mall บางกะปิ ชั้น 3 ครับ ทานกันเป็นครอบครัวก็๋สนุกนะ







วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

Olive Residence Sukhumvit 64 : โรงแรมที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน มาตรฐานญี่ปุ่น

จากที่ PASHA ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานและบริษัทต่างๆของญี่ปุ่น เช่น  Hitachi Japan

ในเรื่องของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ พนักงานอัธยาศัยดี บริษัทต่างๆของญี่ปุ่นจึงส่งพนักงานมาฝึกงานกับเรา เพื่อเรียนรู้รูปแบบการทำงานแบบไทย และเข้าใจบริบททางธุรกิจ ซึ่งชาวญี่ปุ่นที่มาฝึกงานกับบริษัทของเรา ก็จะมีระยะเวลาฝึกที่ยาวสั้นแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึง 6 เดือน ในระหว่างที่ฝึกงานกับบริษัทของเรานั้น การให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของผู้ฝึกงานนั้นสำคัญมากสำหรับเรา เราจะต้องมั่นใจว่าผู้ฝึกงานชาวญี่ปุ่นที่มาอยู่กับเรา จะต้องได้รับความสะดวกสบาย ผ่อนคลายเหมือนบ้าน และอยู่อย่างมีความสุข เพื่อทำให้พวกเขาเหล่านั้นเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆอย่างเต็มที่ 

ในการฝึกงานนั้น แน่นอนว่าเวลาส่วนใหญ่ก็ย่อมอยู่ภายในบริษัทของเรา แต่ช่วงเวลาพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงคัดสรรที่พักที่สะดวกสบายเหมาะสม โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้

- อยู่ไม่ไกลจากบริษัท เพื่อไม่เสียเวลาในการเดินทาง ลดความเหนื่อยล้า
- อยู่ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อคมนาคมสะดวก กรณีผู้ฝึกงาน อยากเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆในกรุงเทพด้วยตนเอง
- มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐาน
- อยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อ กรณีผู้ฝึกงานต้องการหาอะไรทานยามดึก
- ราคาสมเหตุสมผล

จากเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น เราก็พบว่ามีโรงแรมหนึ่งที่ได้มาตรฐานและตรงตามเกณฑ์ที่เราคาดหวังไว้ นั่นคือ Olive Residence ดังนั้นเราก็อยากจะรีวิวให้ได้ทราบกัน หากใครมีเพื่อนช่าวต่างชาติที่อยากมาอยู่ประเทศไทยยาวซักหน่อย ที่นี่น่าสนใจครับ

Olive Residence ตั้งอยู่ในซอยสุขุวิท 64 ซึ่งสามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์และรถไฟฟ้า 
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด คือ ปุณณวิถี เมื่อลงบันไดมา เดินเข้าซอยประมาณ 300 เมตร ซึ่งถือว่าไม่ไกลเลยครับ

รถยนต์ สามารถเข้าทางด้านหลังได้เมื่อมาจากทางด่วน ออกทางออกสุขุมวิท 62 แล้วตรงไปทางสุขุมวิท 64 และขาออกก็ใช้ซอยด้านหลังอ้อมมาขึ้นทางด่วนได้โดยที่รถไม่ติด 

มาถึงโรงแรมจะเห็น Logo ตามภาพ เป็นภาพใบไม้ที่เกิดจากการวางเรียงกันของแผ่นสีเหลี่ยม ดูโมเดิร์นร่วมสมัย 


แม้แต่ศาลพระภูมิยังดูโมเดิร์น


ในส่วนของชั้นล่างจะเป็นโต๊ะนั่งเล่นหรือล็อบบี้สำหรับแขก ให้นำเอาอาหารมานั่งทานเล่นกัน และมีพื้นที่สูบบุหรี่ด้านนอกให้




เมื่อมาถึงลิฟท์เพื่อไป Main Lobby จะเห็น Directory ชั้น ที่นอกจากเป็นหมายเลขชั้นแล้ว จะสามารถจำได้จากตัวอักษรของชื่อโรงแรม โดยเรียง O L I V E จากชั้นสูงสุดและต่ำลงมา เป็นไอเดียที่ดีครับ


Main Lobby ชั้น 2 ก็คือ ชั้น E


Main Lobby นี้เป็น Double Volume มีหลังคาเป็นโครงเหล็กและกระจก ทำให้ได้รับปริมาณแสงมากขึ้นล็อบบี้จึงสว่างตลอดวัน








ไปดูห้องกันครับ ผ่านทางเดินไปสู่ส่วนห้องพักแขก โดยที่นี่ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย โดยก่อนเข้าไปด้านในจะต้องแตะ Key Card จึงเข้าไปได้ เป็นการรักษาความปลอดภัยอีกขั้น และใช้ระบบความรักษาปลอดภัยของ SICOM ซึ่งเป็นมาตรฐานของญี่ปุ่น


ด้านหน้ามีที่รับจดหมายด้วย กรณีแขกอยู่นานครับ


ห้องแรกที่พามาดูเป็นแบบ Studio เตียงคู่





สำหรับห้อง Studio แขกสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นเตียงแบบไหน เดี่ยวหรือคู่ก็ได้ครับ ภาพด้านล่างเป็นแบบคู่




มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆครับ ทีวี ตู้เย็น wifi






มาชมห้องน้ำกันบ้าง มี Rain Shower มาให้ และเจาะกำแพงเพื่อวางอุปกรณ์อาบน้ำ ให้หยิบใช้ได้สะดวกสบาย ทาง Olive เองก็บริการผ้าขนหนู และสบู่เหลวต่างๆให้ด้วยครับ









มีระเบียงเล็กๆเผื่อตากผ้าครับ







ถัดมาเป็นห้องแบบ One Bedroom แบ่งห้องนั่งเล่นกับห้องนอนเป็นสัดส่วน



ส่วนห้องนั่งเล่น



มีป้ายแจ้งกฏระเบียบ ไม่ให้นำสัตว์เลี้ยง ทุเรียน หรือสูบบุหรี่ในห้อง เพื่อให้แขกท่านต่อๆไปอยู่ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ


ในห้องนอนก็มี TV




เนื่องจากเป็นห้อง One Bedroom ทำให้มีพื้นที่สำหรับครัวมาให้ด้วย แขกจึงสามารถทำอาหารได้ มีอุปกรณ์ให้ค่อนข้างครบ หากขาดอะไรสามารถแจ้งพนักงานได้


เตาไฟฟ้าและที่ดูดควัน




ส่วนห้องน้ำ ก็เป็น Rain Shower เช่นกัน




สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ
ทางโรงแรมยังมีตู้เซฟให้บริการด้วย



อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะสร้างความประทับใจให้แขกชาวญี่ปุ่น ก็คือ มีช่อง NHK ด้วยครับ




มาถึงห้อง Type ใหญ่สุดของที่นี่ คือ Two Bedroom ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านเลยครับ จะมี 1 Master Bedroom และ 1 ห้องนอนเล็ก









มีห้องน้ำ ในห้อง Master Bedroom และมีหน้าต่าง Sexy Window ด้วย ซึ่งห้องน้ำใหญ่ก็จะมีอ่างอาบน้ำมาให้ น่าจะตรงใจแขกชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบการอาบน้ำ แบบ Ofuro หรือแช่น้ำอุ่นครับ







รองเท้าสลิปเปอร์ ก็เป็นอีกอย่างที่สำคัญสำหรับรับแขกชาวญี่ปุ่นครับ



ห้องนอนอีกห้อง จะเป็นขนาดเล็ก




ท้ายสุดเราก็ได้มีโอกาสขึ้นมาดูดาดฟ้าของโรงแรม ซึ่งไม่ได้เปิดให้บริการ แต่ขึ้นมาเพื่อให้ดูตำแหน่งของโรงแรมครับ


มองเห็นโครงการคอนโดมิเนียม Whisdom 101 อยู่ไม่ไกล


สถานีรถไฟฟ้าก็อยู่ในระยะที่สามารถมองเห็นได้





โครงการที่พักอาศัยรอบๆ



สรุปภาพรวมกัน สำหรับโรงแรม Olive Residence นี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรับแขกชาวต่างชาติ ที่มีเวลาอยู่ในประเทศไทยเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน โดยระหว่างที่อยู่นั้นก็จะได้อารมณ์สบายๆ เหมือนอยู่บ้าน ด้านการเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญ ก็สะดวกสบาย เนื่องจากอยู่ติดรถไฟฟ้าปุณณวิถี มีร้านสะดวกซื้ออยู่ติดกับโรงแรม และร้านอาหารตามสั่งต่างๆ ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างมากครับ