วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Le Vendome, Sukhumvit 31 (เลอ วังโดม) สัมผัสอาหารฝรั่งเศส ในบรรยากาศแบบชาวปาริเซียงแท้ๆ

ครั้งนี้มารีวิวร้านอาหารฝรั่งเศสบรรยากาศดี และสงบเงียบท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่กันครับ ร้านที่จะมารีวิววันนี้คือ Le Vendome ครับ 


มาเล่าถึงที่มาที่ไปของร้านกันซักเล็กน้อยครับ จากโลโก้ของร้านจะเห็นได้ว่้าเป็นเสาโบราณที่สูงมากและด้านบนมีรูปปั้น บางท่านคงสงสัยว่าเสาต้นใหญ่นี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ?

เสาต้นนี้คือ Vendome Column ตั้งอยู่ในจตุรัสวองโดม หรือ Place Vendome ซึ่งบริเวณโดยรอบของจตุรัสแห่งนี้คราคร่ำไปด้วยร้านค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย รวมไปถึงเครื่องประดับที่ล้ำค่า เป็นย่านที่ชนชั้นสูงมักมาเลือกซื้อสินค้า  สำหรับบนยอดของเสาต้นนี้มีรูปปั้นของนโปเลียนโบนาปาร์ต หนึ่งในกษัตริย์นักรบผู้เกรียงไกรของฝรั่งเศส ฉลองพระองค์คล้ายชาวกรีก พระหัตถ์ขวาถือลูกบอลที่มีเทพีแห่งชัยชนะนิกกิ สวมมงกุฎใบมะกอก

ด้วยความที่จตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่แสดงถึงการมีชีวิตที่ดี และอยู่ในกรุงปารีส ทางเจ้าของร้านจึงนำชื่อและโลโก้มาประกอบชื่อร้าน เพื่อสื่อถึงความเป็นฝรั่งเศสและมีชีวิตที่ดีอย่างแท้จริงครับ

ร้านตั้งอยู่ในสุขุมวิท 31 จากปากซอยมาลึกพอสมควร แนะนำให้ใช้พาหนะส่วนตัวมาที่ร้านครับ


ด้านหน้าร้าน เป็นบ้านมีกันสาดสีแดงให้อารมณ์ร้านอาหารในปารีส



มื่อเข้ามาจะพบชั้นสีดำ ที่จัดวางเบเกอรี่ที่ทางร้านทำครับ ที่ขาดไม่ได้เลยคือบาร์เกต ซึ่งเป็นขนมปังที่ชาวปาริเซียงนิยมทานกันอย่างมาก และมักเป็นมื้อเช้าในวันที่เร่งรีบ





เมื่อเข้ามาจะพบชั้นสีดำ ที่จัดวางเบเกอรี่ที่ทางร้านทำครับ ที่ขาดไม่ได้เลยคือบาร์เกต ซึ่งเป็นขนมปังที่ชาวปาริเซียงนิยมทานกันอย่างมาก และมักเป็นมื้อเช้าในวันที่เร่งรีบ







ภายในร้านก็จะมีรูปปั้นของนโปเลียน ประดับอยู่หลายๆจุดในร้านครับ

สำหรับจำนวนที่นั่งภายในร้าน จะมี 2 ชั้น ชั้นล่างบริเวณทางเข้าสามารถรับรองแขกได้ ประมาณ 30 ที่นั่ง




พระบรมสาทิสลักษณ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ครับ



ด้านบนแบ่งเป็นห้องส่วนตัว มี 2 ห้องครับ ห้องละ 10 - 15 ท่าน ห้องนี้จะมีขนาดเล็กกว่าอีกห้อง เป็นโต๊ะยาวครับ








อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารจัดอย่างปราณีตและนำเข้าจากฝรั่งเศสด้วยครับ






ประดับด้วยโคมแชนเดอเลียสวยงาม



ของตกแต่งโดยรอบก็คงคอนเซปของฝรั่งเศสครับ ไม่ว่าจะเป็นประตูชัย เสาโอเบลิกซ์ หรือเสาวองโดม

ถัดมาอีกห้องเป็นแบบโต๊ะกลมและใหญ่กว่าครับ











ด้านล่างมีห้องส่วนตัวเหมือนกันนะครับ ดังภาพ




ด้านหลังร้านจะมีไวน์และเครื่องดื่มต่างๆ พร้อมทั้งเครื่องไว้เทสไวน์ด้วยครับ






เดินดูรอบๆแล้ว มารีวิวอาหารกันดีกว่าครับ :)


เริมต้นด้วยบาร์แกต ร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน ห่อในผ้าเพื่อเก็บความร้อนไว้ เป็นการใส่ใจในลายอะเอียดที่ดีมากครับ





ถัดมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยครับ จานนี้คือ Lobster Bisque หรือซุปกุ้งนั่นเอง  แต่ที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นคือ เนื้อกุ้งจะแยกออกจากซุปครับ ทำเป็นเหมือนปอเปี๊ยะทอด สร้างความแปลกใหม่ในรสชาติได้ดี



หอยเซลล์และฟัวกราซ์ครับ ราดด้วยซอสโมรอคคัน เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี 



เสร็จแล้วมาดูเมนคอร์สกันบ้างครั้บ ครั้งนี้รีวิว 3 จานดังต่อไปนี้
1. Canadian Lobster กุ้งมังกรที่ชุบเนยก่อนเอาไปอบ ทำให้สามารถกักเก็บรสชาติและความนุ่มของกุ้งไม่ให้เสียไปกับความร้อนครับ




2. Flounder เป็นปลาน้ำลึกที่มีความนุ่มและน้ำมันแฝงไว้มาก ลดความคาวจากซอสเปรี้ยวที่ได้จากมะนาวและลูกแคลปเปอร์







3. Lamb Chops ซึ่งถือได้ว่าเป็น Signature ของทางร้านเลย เนื่องจากอาหารจานแกะโดยทั่วไปมักแฝงไปด้วยกลิ่นสาบ ซึ่งบางคนท่านกลิ่นพวกนี้ไม่ได้ แต่แกะของทางร้านไม่มีกลิ่นสาบเลย รับประทานพร้อมมันบด








เอามาเรียงกัน 3 จานก่อนรับประทาน







หลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกันแล้ว เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเชฟ ในเรื่องของอาหารครับ


พูดคุยกับเชฟมิตร





Q : ทำไมถึงชอบทำอาหาร
A : เพราะเป็นเหมือนศิลปะ มีชีวิตของมัน เมื่อได้ทำแล้วชอบ

Q : ทำไมถึงสนใจอาหารฝรั่งเศส
A : เพราะได้อ่านและศึกษาประวัติฝรั่งเศสมาตั้งแต่ พระเจ้าหลุยส์ นโปเลียน และเมื่อได้ไปพิพิธภัณฑ์ลูฟ์ก็พบว่ามีภาพอาหารที่น่าสนใจ อยู่ในภาพเขียนสำคัญๆ แสดงให้เห็นประวัติอันยาวนาน ลายละเอียดอาหารแต่ละจานมีที่มาที่ไป ไม่ว่าจะเป็น ทูลูส นอร์มังดี โปรวอง

Q : ไปดูงานมาแล้วนำมาประยุกต์ใช้อย่างไร
A :  รู้เรื่องการผสมผสานวัตถุดิบมากขึ้น ทราบว่าฤดูกาลนี้ทานอะไรในแต่ละเดือน
เช่น ฟัวกราทอด กินกับซอสมะละกอสุกกับมะม่วงไม่เข้า ต้องแอปเปิ้ลหรือฟิก

Q : ลองพูดถึงไลฟ์สไตล์กับอาหาร
อาหารฝรั่งเศสไปด้วยกันได้กับคนเมือง สื่อถึงการมีรสนิยมที่ดี
สำหรับเชฟก็ทำให้มีรสนิยมที่ดี สนใจความสุนทรีย์มากยิ่งขึ้น

รายละเอียดของร้านครับ 

เปิดเป็น 2 ช่วง 11.30 - 15.00 น. และ 18.00 - 23.00 น. ครับ
เวปไซท์ : http://www.levendomerestaurant.com/
แผนที่ตามภาพ






วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

Yabaton : Miso Katsu ทงคัตซึราดซอสมิโซะที่อร่อยมากจากญี่ปุ่น มาเปิดที่เมืองไทยแล้ว J Avenue

ใครที่ชื่นชอบทงคัตซึ และมีโอกาสไปญี่ปุ่น น่าจะมีโอกาสผ่านตา (หรือผ่านลิ้น) มาบ้างแล้ว กับทงคัตซึร้านนี้ "ยาบาตง" (Yabaton) ซึ่งเป็นทงคัตซึที่แตกต่างไปจากร้านทงคัตซึอื่นๆในไทย ตรงที่มีมิโซะแดงราดลงบนทงคัตซึด้วย เรียกว่า มิโซะคัตซึ (Miso Katsu) ครับ  ต้นตำรับของร้านนี้อยู่ที่เมืองนาโกย่า และมีสาขากินซ่า และเมืองอื่นๆด้วย

พอดีมาเจอร้านนี้อย่างไม่คาดฝัน ทำให้ดีใจที่ได้ทานอีกครั้งกับ ยาบาตง สาขาแรกในไทย อยู่ที่ J Avenue ทองหล่อครับ ตรงลานจอดรถส่วนขยาย

PASHA

ที่จำได้แม่นเลยก็คือโลโก้ของร้านเป็นหมูอ้วนน่ารักครับ แต่หนนี้เป็นหมูสวัสดีด้วย


PASHA

ด้านหน้าร้านตรงลานจอดรถครับ

PASHA

พอดีมาช่วงปีใหม่และยังเช้าอยู่ คนจึงยังไม่แน่นครับ   

PASHA

อีกซักรูป

PASHA

มาที่อาหารกันบ้าง อาหารนั้นจะเป็นแกงกระหรี่ และของทอดหลายๆแบบ ไม่ใช่แค่หมู เช่น หอยเชลล์ และหอยนางรม แต่อยากให้ลองทงคัตซึดูก่อนนะครับ


และพระเอกของงานก็มาครับ มิโซะคัตซึ สั่งแบบเป็น Set 340 บาท หมูที่กรอบกำลังดี ราดด้วยซอสมิโซะที่ไม่หวานไป รสชาติกลมกล่อม ทำให้เมนูนี้เป็น 1 ในใจเลย 

PASHA

ขากลับถ่ายรูปหมูชุดไทยประจำชาติครับ :)

ร้านนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่มีหมูทอดมิโซะที่อร่อยมาก  แต่ถ้าเกิดใครยังไม่สะดวกจะมาที่นี่ ที่ร้าน Omu และ Otoya ก็มี menu นี้เช่นกัน ลองทานดูแล้วเปรียบเทียบกันนะครับ


Granola : Cafe สบายๆ กลิ่นไอ Nordic จาก Copenhagen ที่ Central Embassy

ในไทย ยังมีร้านอาหารยุโรปแถบนอร์ดิก หรือสแกนดิเนเวียนไม่มากนักนะครับ วันนี้จึงอยากแนะนำร้านนี้ดู ร้านชื่อ Granola เป็นร้านสัญชาติเดนิช จากเดนมาร์ก กรุงโคเปนเฮเก้น สำหรับอาหารที่เสิร์ฟก็เป็นอาหารที่ไม่ได้แตกต่างไปจากอาหารฝรั่งอื่นๆเท่าไรนัก

การมาที่ร้านนั้นก็ไม่ยากครับ มาที่ Central Embassy ลงรถไฟฟ้าสถานีเพลินจิตแล้วเข้ามาที่ห้างโดยตรงผ่านทางเชื่อม หรือจากสถานีชิดลมแล้วเดินผ่านเซ็นทรัลชิดลมมาก็ได้

PASHA

เมื่อมาถึงที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่แล้วก็ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 3 ระหว่างนั้นก็ชื่มชมกับความสวยงามภายในห้างครับ :)

PASHA

หน้าร้านไม่ใหญ่มากครับ ประมาณ 1 คูหา อยู่ติดกับร้านเสื้อผ้า สังเกตหน้าร้านที่มีโทนสีเขียวมิ้นท์ดังภาพ และมีโลโก้เป็นรูปเด็กลูกเสือยิ้ม

ภายในร้านแต่งได้น่ารักและดูสบายดีครับ เป็นทั้งคาเฟ่และร้านอาหาร สามารถนั่งเล่นจิบกาแฟ ทานของว่าง หรือท่านอาหารมื้อหนักได้ครับ  มาลองดูเมนูที่ได้ลองกัน

PASHA

หอยนางรมสดครับ ขายเป็นตัว 3 ตัว 390 บาท ช่วงนี้จะแถมไวน์ให้ดื่มคู่กับหอยนางรม 1 แก้วด้วย เป็นเมนูที่หาได้ทั่วไปตามร้าน Oyster Bar

PASHA

จานต่อมาเป็นซีซาร์ สลัด น้ำซอสอาจไม่ข้นเท่าซีซาร์สลัดที่เราทานร้านอื่นๆ  แต่ก็ยังมีเบคอนและโครตองเหมือนกัน และที่เพิ่มเข้ามาคือไข่แบบ Egg Benedict แต่ไม่มีรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูนะครับ

PASHA

พอร์คลอยด์ เนื้อหมูนุ่ม อร่อยดีครับ มีมันบดด้านล่างด้วย

PASHA

อันนี้เป็นเมนูที่น่าสนใจ ปลาคอดชุบเกล็ดขนมปังบนซุปครับ อร่อยดี

PASHA

และเมนูสุดท้ายที่แนะนำ คือ พาสต้าไก่และมีซอสทรัฟเฟิ่ลผสม ใครชอบกลิ่นของทรัฟเฟิ่ลไม่ควรพลาด

ครั้งนี้เน้นเมนูที่เป็นมื้ออาหารนะครับ ซึ่งถือว่ารสชาติดีเลยทีเดียว อาจจะไม่เข้มข้น แต่รสชาติอาหารบวกกับบรรยากาศทำให้ร้านนี้ เป็นร้านเล็กๆน่ารัก ที่น่าจะมาลองทานกันนะครับ

ราคาอาหารต่อท่าน : 500 - 800 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Maxim's Bistro @ The Groove, Central World 1 ในร้านชื่อดังและเป็นที่นิยมในหมู่ชาวปาริเซียง

The Groove @ Central World เป็นแหล่งรวมอาหารที่มีขื่อเสียงมากมายนะครับ จากรีวิวก่อนหน้า ได้รีวิว Cicchetti  ของ San Carlo ไป 

ใครสนใจตามลิงค์นี้นะครับ http://pasha-lifestyle.blogspot.com/2014/01/groove-central-world-cicchetti-by-san.html

ครั้งนี้ มารีวิว Cafe Maxim's ครับ ร้านนี้เป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากในฝรั่งเศส ตั้งมาตั้งแต่ 1893  โดย Maxime Gaillard ที่ เลขที่ 3 Rue Royale ในปารีสครับ เป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงของปารีส ต่อมา Eugene Cornuch ได้เข้ามาบริหาร และตกแต่งเป็นแนวอาร์ตเดอนูโว ร้านแห่งนี้มีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ และดึงดูดคนดังมากมาย เช่นจอห์นทราโวต้า ปิแอร์กาแดง ด้วยความน่าสนใจของร้านนี้เราจึงมาลองชิมร้านที่เป็นตำนานแห่งนี้ครับ  (แม้จะเป็นสาขา)  

PASHA

ร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของ The Groove  ครับ เข้าไปด้านในจะเจอตู้แช่เค้ก เชิญชวนให้ลองสั่งไปทานกัน (ขออภัยไม่มีภาพ)

ภายในร้านก็จะตกแต่งแบบอาร์ตเดอนูโว ชวนนึกถึงบรรยากาศเก่าๆของปารีสครับ สีคอนเซปของร้านจะเป็นสีแดงสด มองไปทางไหนก็จะเห็นครับ

PASHA

ภายในร้านก็มีของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆให้ซื้อ จำพวกชอคโกแลต ที่วางแก้ว แต่ยังไม่ค่อยหลากหลายนัก

PASHA

PASHA

PASHA

เดินเข้าไปด้านในอีกจะเป็นที่นั่งริมหน้าต่างมองเห็นถนน พระราม 1 ครับ

PASHA

PASHA

PASHA

PASHA

ด้านข้างร้านจะเห็นเวทีเป็นรูปเหมือนคริสตัล เป็นแคมเปญร่วมกันระหว่างร้านกับน้ำดื่ม Sprinkle ซึ่งการดีไซน์ขวดนั้นเป็นทรงคริสตัลสวยงาม ได้รับรางวัลออกแบบ G Mark ด้วย

PASHA

พอมารวมกันก็ได้น้ำดื่มเฉพาะของทางร้านที่ดีไซน์สวยงาม

PASHA

มุมต่างๆในร้าน

PASHA

PASHA

ใครที่ชอบบรรยากาศแบบ Open Air ทางร้านก็มี Zone Outdoor เช่นกัน


PASHA

PASHA

ขนาดกระถางยังมีโลโก้

PASHA

บนโต๊ะก็เช่นกัน

PASHA

PASHA

Compliment เป็นแอแคลร์ไส้แซลมอน

PASHA

เตรียมทานอาหารครับ เริ่มต้นด้วยซุปเห็ดผสมน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล มีฟองนมด้านบน ถ้วยนี้อร่อยมากครับ

PASHA

Duck Confit ก็โอเค

PASHA

สเต็กปลาแซลมอน แปลกกว่าที่อื่นตรงแป้งกรอบๆด้านบนที่ทำให้รสมันมีเอกลักษณ์และอร่อยขึ้นครับ

PASHA

หอยเซลอบผสมครีมอร่อยดีนะ แต่อาจจะเลี่ยนสำหรับบางท่าน

PASHA

PASHA

อีกอันคือสลัดแซลมอน เป็น Signature ของทางร้าน นำเข้าจากนอร์เวย์ครับสดดี

PASHA

PASHA

ปิดท้ายด้วยขนมครับ

PASHA

Madame Maxim เป็น Signature อีกเช่นกัน เค้กนุ่มๆไส้ราสเบอร์รี่ ด้านบนเป็นมาการง และด้านล่างสีขาวๆเป็นมาชแมลโลว์ ดูเหมือนสาวปารีเซียงชั้นสูง คลุมไหล่ด้วยชุดขนมิงค์ครับ

PASHA

ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังจากต่างประเทศใน The Groove ครับ

ร้านเปิด 11.30 น.
เดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้ามา Central World  โดยลงชิดลม เหลือสยาม และเดินมาครับ
ราคา :  500 - 1000 บาท ต่อท่านครับ