วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

EmQuartier Mini Review : มาดูกันว่ามีอะไรในเอ็มควอเทียร์ (27/3/2015)

ถ้าพูดถึงห้างหรูของฝั่งเซ็นทรัล นั่นก็คือ Central Embassy และถ้าพูดถึงห้างหรูของฝั่ง The Mall ซึ่งเพิ่งเปิดและกำลังได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ก็คือ EmQuartier ทั้งสองห้างเป็นห้างที่มีความหรูหราและร่วมสมัย เมื่อเดินแล้วจะได้ความรุ้สึกที่แตกต่างไปจากห้างอื่นๆ เพราะใช้โทนสีขาวเทา ดูสะอาดตาเหมือนกัน  สำหรับครั้งนี้เราขอรีวิวคร่าวๆเกี่ยวกับ EmQuartier ครับ

วันที่ไป คือวันเปิดห้าง Grand opening วันแรกครับ คนแน่นมากตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า หากใครชอบไปในที่คนเยอะๆ เพราะรู้สึกมีสีสัน ลองมาช่วงห้างเปิดวันแรกๆ ครับ แต่สำหรับใครที่ไม่ชอบคนเยอะๆ อาจจะต้องรอสักพักหนึ่งหรือไม่ก็มาในช่วงค่ำ คนจะได้ซาลงไปบ้าง

การเดินทางมาที่ห้างในช่วงนี้แนะนำให้ใช้ BTS ครับ เพื่อจะได้ไม่ปวดหัว และสามารถคุมเวลาในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยลงที่สถานีพร้อมพงษ์เหมือนเอ็มโพเลี่ยม แต่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน


บรรยากาศหน้าห้างในวันแรกคนแน่นมาก


เมื่อมาถึงจะเห็นโลโก้ EmQuartier  และป้ายไฟสวยงามในตอนกลางคืน

สำหรับห้างร้านต่างๆใน EmQuartier  นั้นมีทั้งร้านปกติที่มีอยู่ในห้างอื่นๆ และร้านค้าใหม่ๆ ที่เรียกได้ว่าเป็นสาขาแรกในประเทศไทย มาเปิดซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจและดึงดูดให้มาห้างนี้ครับ




ในส่วนของ EmQuartier จะประกอบด้วยตึก 3 ตึกนะครับ ซึ่งถือว่าใหญ่พอสมควรเลยทีเดียว ใครชอบเดินห้างใหญ่ๆ คงเดินกันเพลินเลยทีเดียว


มีร้าน Kinokuniya ด้วย 


สำหรับฟิตเนสนั้น เป็นฟิตเนสที่แปลกใหม่และน่าสนใจมาก นั่นคือ Virgin Active ของ Richard Barnson เจ้าของธุรกิจ Virgin ซึ่งมีความหลากหลายและดังไปทั่วโลก 


ร้านต่างๆ จัด Event เพื่อฉลองการเปิดห้างใหม่


มีพาเหรดนางแบบด้วย


รวมไปถึงดาราก็มาร่วมงานเปิดตัวร้านค้าต่างๆด้วยครับ อันนี้ของ Club21


สำหรับใครที่รักการแต่งบ้านและชื่นชอบแบรนด์ Zara ที่นี่ก็มี Zara Home ครับ


สำหรับคนที่ชื่นชอบของหวาน โดยเฉพาะมาการง  ต้องพลาดไม่ได้กับ Pierre Herme 1 ในตำนาน         มาการงจากฝรั่งเศสครับ มาเปิดสาขาให้ได้ลองกัน เป็นมาการงที่รสชาติไม่หวานคอมากจนเกินไปครับ 


บรรยากาศในร้าน


Sephora ร้านเครื่องสำอางค์ที่สมัยก่อนคุณผู้หญิงที่ไปต่างประเทศ ต้องไปซื้อ ตอนนี้ก็เปิดสาขาที่นี่ด้วยเช่นกัน

หากใครหิวอยากหาอะไรทานก็มาที่ Gormet Market อยู่ตรง Zone Waterfall ครับ



ร้าน Eat มาเปิดด้วยครับ คนแน่น


Chefman ก็เช่นกัน เป็น express แต่ยังตกแต่งอยู่



มาด้าน IT กันบ้าง หากใครมา Emporium จะทราบว่าไม่มีศูนย์โทรศัพท์เครือข่ายไหนเลย แต่ตอนนี้ที่ EmQuartier ได้มาเปิดแล้ว น่าจะสะดวกสบายมากขึ้นครับ ในด้านสินค้า IT ก็มี Banana IT ครับ


ร้าน Beams จากญี่ปุ่นก็มาเปิดสาขานี้ครับ


ซึ่งเป็นแบรนด์ที่สูงขึ้นของ GAP ก็มาเปิดสาขาแรกเช่นกันครับ



ร้านอื่นๆก็ตกแต่งกันอย่างสวยงามและน่าสนใจ

ลองมาชมบรรยากาศภายนอกของห้างกันครับ



มีน้ำตกขนาดใหญ่และเล่นแสงไฟสวยงาม




หากมองไปฝั่งตรงข้ามก็จะเห็น Emporium ซึ่งก็ตกแต่งใหม่ให้เข้ากับฝั่งห้างใหม่ด้วยเช่นกัน มีการปรับเปลี่ยน Logo ของห้างด้วย


และที่เตะตาอีกอย่างคือมี Tiffany & Co. แบรนด์เครื่องประดับที่โด่งดังและชื่อของร้านก็ยังเป็นชื่อสี Tiffany Blue ซึ่งเป็นสีที่ in trend ในปัจจุบัน

เพิ่มเติมอีกนิดคือ ในห้างจะมีจอที่ทำเป็นเสาและบิดโค้ง มีการปรับให้เคลื่อนไหวตลอดเวลา ช่วยดึงความสนใจให้กับผู้ที่เดินห้างครับ








ภาพห้างในตอนกลางวัน

สรุปได้ว่า EmQuartier  เป็นห้างที่น่าสนใจห้างนึงเลยครับ ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า Central Embassy เลย มีร้านหลายๆร้านเหมือนๆกัน (ร้านอาหารเช่น)
Paul, Ippudo, Maisen และอีกหลายๆร้านครับ  ไว้จะมารีวิวเพิ่มเติมในโอกาสต่อไปครับ :)

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Le Vendome, Sukhumvit 31 (เลอ วังโดม) สัมผัสอาหารฝรั่งเศส ในบรรยากาศแบบชาวปาริเซียงแท้ๆ

ครั้งนี้มารีวิวร้านอาหารฝรั่งเศสบรรยากาศดี และสงบเงียบท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่กันครับ ร้านที่จะมารีวิววันนี้คือ Le Vendome ครับ 


มาเล่าถึงที่มาที่ไปของร้านกันซักเล็กน้อยครับ จากโลโก้ของร้านจะเห็นได้ว่้าเป็นเสาโบราณที่สูงมากและด้านบนมีรูปปั้น บางท่านคงสงสัยว่าเสาต้นใหญ่นี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร ?

เสาต้นนี้คือ Vendome Column ตั้งอยู่ในจตุรัสวองโดม หรือ Place Vendome ซึ่งบริเวณโดยรอบของจตุรัสแห่งนี้คราคร่ำไปด้วยร้านค้าแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย รวมไปถึงเครื่องประดับที่ล้ำค่า เป็นย่านที่ชนชั้นสูงมักมาเลือกซื้อสินค้า  สำหรับบนยอดของเสาต้นนี้มีรูปปั้นของนโปเลียนโบนาปาร์ต หนึ่งในกษัตริย์นักรบผู้เกรียงไกรของฝรั่งเศส ฉลองพระองค์คล้ายชาวกรีก พระหัตถ์ขวาถือลูกบอลที่มีเทพีแห่งชัยชนะนิกกิ สวมมงกุฎใบมะกอก

ด้วยความที่จตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่แสดงถึงการมีชีวิตที่ดี และอยู่ในกรุงปารีส ทางเจ้าของร้านจึงนำชื่อและโลโก้มาประกอบชื่อร้าน เพื่อสื่อถึงความเป็นฝรั่งเศสและมีชีวิตที่ดีอย่างแท้จริงครับ

ร้านตั้งอยู่ในสุขุมวิท 31 จากปากซอยมาลึกพอสมควร แนะนำให้ใช้พาหนะส่วนตัวมาที่ร้านครับ


ด้านหน้าร้าน เป็นบ้านมีกันสาดสีแดงให้อารมณ์ร้านอาหารในปารีส



มื่อเข้ามาจะพบชั้นสีดำ ที่จัดวางเบเกอรี่ที่ทางร้านทำครับ ที่ขาดไม่ได้เลยคือบาร์เกต ซึ่งเป็นขนมปังที่ชาวปาริเซียงนิยมทานกันอย่างมาก และมักเป็นมื้อเช้าในวันที่เร่งรีบ





เมื่อเข้ามาจะพบชั้นสีดำ ที่จัดวางเบเกอรี่ที่ทางร้านทำครับ ที่ขาดไม่ได้เลยคือบาร์เกต ซึ่งเป็นขนมปังที่ชาวปาริเซียงนิยมทานกันอย่างมาก และมักเป็นมื้อเช้าในวันที่เร่งรีบ







ภายในร้านก็จะมีรูปปั้นของนโปเลียน ประดับอยู่หลายๆจุดในร้านครับ

สำหรับจำนวนที่นั่งภายในร้าน จะมี 2 ชั้น ชั้นล่างบริเวณทางเข้าสามารถรับรองแขกได้ ประมาณ 30 ที่นั่ง




พระบรมสาทิสลักษณ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ครับ



ด้านบนแบ่งเป็นห้องส่วนตัว มี 2 ห้องครับ ห้องละ 10 - 15 ท่าน ห้องนี้จะมีขนาดเล็กกว่าอีกห้อง เป็นโต๊ะยาวครับ








อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารจัดอย่างปราณีตและนำเข้าจากฝรั่งเศสด้วยครับ






ประดับด้วยโคมแชนเดอเลียสวยงาม



ของตกแต่งโดยรอบก็คงคอนเซปของฝรั่งเศสครับ ไม่ว่าจะเป็นประตูชัย เสาโอเบลิกซ์ หรือเสาวองโดม

ถัดมาอีกห้องเป็นแบบโต๊ะกลมและใหญ่กว่าครับ











ด้านล่างมีห้องส่วนตัวเหมือนกันนะครับ ดังภาพ




ด้านหลังร้านจะมีไวน์และเครื่องดื่มต่างๆ พร้อมทั้งเครื่องไว้เทสไวน์ด้วยครับ






เดินดูรอบๆแล้ว มารีวิวอาหารกันดีกว่าครับ :)


เริมต้นด้วยบาร์แกต ร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน ห่อในผ้าเพื่อเก็บความร้อนไว้ เป็นการใส่ใจในลายอะเอียดที่ดีมากครับ





ถัดมาเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยครับ จานนี้คือ Lobster Bisque หรือซุปกุ้งนั่นเอง  แต่ที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นคือ เนื้อกุ้งจะแยกออกจากซุปครับ ทำเป็นเหมือนปอเปี๊ยะทอด สร้างความแปลกใหม่ในรสชาติได้ดี



หอยเซลล์และฟัวกราซ์ครับ ราดด้วยซอสโมรอคคัน เรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี 



เสร็จแล้วมาดูเมนคอร์สกันบ้างครั้บ ครั้งนี้รีวิว 3 จานดังต่อไปนี้
1. Canadian Lobster กุ้งมังกรที่ชุบเนยก่อนเอาไปอบ ทำให้สามารถกักเก็บรสชาติและความนุ่มของกุ้งไม่ให้เสียไปกับความร้อนครับ




2. Flounder เป็นปลาน้ำลึกที่มีความนุ่มและน้ำมันแฝงไว้มาก ลดความคาวจากซอสเปรี้ยวที่ได้จากมะนาวและลูกแคลปเปอร์







3. Lamb Chops ซึ่งถือได้ว่าเป็น Signature ของทางร้านเลย เนื่องจากอาหารจานแกะโดยทั่วไปมักแฝงไปด้วยกลิ่นสาบ ซึ่งบางคนท่านกลิ่นพวกนี้ไม่ได้ แต่แกะของทางร้านไม่มีกลิ่นสาบเลย รับประทานพร้อมมันบด








เอามาเรียงกัน 3 จานก่อนรับประทาน







หลังรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยกันแล้ว เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเชฟ ในเรื่องของอาหารครับ


พูดคุยกับเชฟมิตร





Q : ทำไมถึงชอบทำอาหาร
A : เพราะเป็นเหมือนศิลปะ มีชีวิตของมัน เมื่อได้ทำแล้วชอบ

Q : ทำไมถึงสนใจอาหารฝรั่งเศส
A : เพราะได้อ่านและศึกษาประวัติฝรั่งเศสมาตั้งแต่ พระเจ้าหลุยส์ นโปเลียน และเมื่อได้ไปพิพิธภัณฑ์ลูฟ์ก็พบว่ามีภาพอาหารที่น่าสนใจ อยู่ในภาพเขียนสำคัญๆ แสดงให้เห็นประวัติอันยาวนาน ลายละเอียดอาหารแต่ละจานมีที่มาที่ไป ไม่ว่าจะเป็น ทูลูส นอร์มังดี โปรวอง

Q : ไปดูงานมาแล้วนำมาประยุกต์ใช้อย่างไร
A :  รู้เรื่องการผสมผสานวัตถุดิบมากขึ้น ทราบว่าฤดูกาลนี้ทานอะไรในแต่ละเดือน
เช่น ฟัวกราทอด กินกับซอสมะละกอสุกกับมะม่วงไม่เข้า ต้องแอปเปิ้ลหรือฟิก

Q : ลองพูดถึงไลฟ์สไตล์กับอาหาร
อาหารฝรั่งเศสไปด้วยกันได้กับคนเมือง สื่อถึงการมีรสนิยมที่ดี
สำหรับเชฟก็ทำให้มีรสนิยมที่ดี สนใจความสุนทรีย์มากยิ่งขึ้น

รายละเอียดของร้านครับ 

เปิดเป็น 2 ช่วง 11.30 - 15.00 น. และ 18.00 - 23.00 น. ครับ
เวปไซท์ : http://www.levendomerestaurant.com/
แผนที่ตามภาพ